ก็วันนี้ก็มาอัพจบเลยตอนจบและน้าค่าเพระไม่ยาวมาก^^
++++++++++++++++++
“โอ้ยยย หนักๆๆๆ ของอะไรมันจะเยอะแยะขนาดนี้ว่ะเนี่ย”เฟรินบ่นโอดครวญหลังจากที่ไปเดินหาซื้อของมาซะเยอะ
“นี่ๆจะบ่นให้อะไรนะก็ให้มันน้อยๆหน่อยนะ ฉันถือเยอะกว่าตั้งเยอะแกถือสองถุงเองทำบ่น”โรถือโอกาสบ่นบ้าง
“เออน่าแค่นี้ทำบ่น แกเป็นผู้ชายนะเว่ย”เฟรินสวนกลับ
“งั้นเราไปนั่งพักตรงสวนข้างๆริมน้ำกันเถอะแล้วค่อยกลับหอ”โรพูดขึ้นไม่ทันที่จะฟังคำตอบจากเฟริน โรก็เดินไปถึงข้างๆริมน้ำเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้อออ ได้พักซักที”โรพูดขึ้นพร้อมกันเอนตัวลงนอนไปบนพื้นหญ้าอย่างสบายอารมณ์
“นี่เฟรินซื้อของมามากขนาดนี้มีของของฉันบ้างรึเปล่าเนี่ย”ร่างสูงถามขึ้นเปรยๆ
“อ่อมีดิ ก็เราเพื่อนกันนี่หว่า”คำพูดคำนี้ของเฟรินทำให้คนฟังถึงกับหุบยิ้ม แล้วก็นึกขำอยู่ในใจ
โรหันไปมองใบหน้าของสาวน้อยตรงหน้า แก้มสีชมพูอ่อน ริมฝีปากแดง เรียวดั่งกลีบกุหลาบ ผมสีน้ำตาลไหม้ถูกพัดลู่ไปด้านหลังเนื่องจากสายลมที่พัดผ่านเธอไป แสงจากดวงจันทร์ ทำให้ใบหน้าของเธอยิ่งดูนวลขึ้น ผู้หญิงคนนี้สามารถทำให้หัวใจอันแข็งกระด้าง ของเขาเริ่มอ่อนไหว และตรึงสายตาไว้แต่ที่เธอเพียงผู้เดียว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เธอคนนี้เข้ามาอยู่ในหัวใจของเขา มือใหญ่ ค่อยๆเอื้อมมือไปจับที่ข้อมือเรียวบนตักของเฟริน
“เฮ้ยแกจะทำไรโรอยู่ดีๆมาจับ”เฟรินโวยขึ้นเมื่อมือของโรมาจับข้อมือของเขา
“วัดขนาดข้อมือนะ”คำโกหกที่เด็กอมมือยังไม่เชื่อหลุดออกมาจาก ใบหน้าจอมทะเล้นของ โร
“ปล่อยได้แล้วเดี๋ยวใครก็มาเห็น”เฟรินพยายามแกะมือของโรออก แต่แรงหญิงไหนเลยจะสู้แรงผู้ชายซึ่งตัวสูงกว่าเธอตั้งเยอะได้
“ทำไมกลัว คาโลมันมาเห็นเข้ารึไง”โรลุกขึ้นนั่งและพูดขึ้นโดยด้วยสีหน้าจริงจัง
“เอ่อ…ปล่าวสักหน่อย”เฟรินในตอนนี้หน้าขึ้นสีด้วยความอาย
“เฟริน”เสียงอันเย็นเยียบ น้ำเสียงอันคุ้นเคย ดังมาจากข้างหลังของทั้งสองคน
“คาโล”เฟรินทำสีหน้าตกใจ
“กลับ!!”คาโลเดินมากระชากข้อมือของเฟรินออกจากการเกาะกุมของโรแล้วลากเฟรินออกไปด้วยความโมโหและหึงหวง
“เฮ้ยคาโล นายไม่ควรทำรุนแรงกับเฟรินแบบนั้นนะ”โรลุกขึ้นพร้อมกับตะโกนไล่หลังคาโลไป
เมื่อคาโลได้ยินดังนั้น ร่างสูงหันขวับ ใบหน้าของคาโลในตอนนี้น่ากลัวกว่าครั้งไหนๆที่เฟรินเคยเห็น หิมะเริ่มตก สายลมแรงพัดมาที่พวกเขา และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“นายไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเฟริน นายไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับคนของฉันจำไว้!!”คาโลตะคอกกลับและเริ่มบีบข้อมือเฟรินแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“นี่ๆคาโลฉันเจ็บนะ แล้วอีกอย่างโรแค่ไปช่วยฉันถือของนะ”เฟรินพูดขึ้นเพราะความเจ็บ
“เธอก็เหมือนกันเฟรินทำไมถึงไปกับหมอนั่น ทำไมถึงไม่บอกฉันหละว่าเธออยากจะไปข้างนอก ของแค่นี้ฉันถือให้ก็ได้”คาโลหันมาพูดกับเฟรินด้วยน้ำเสียงตะคอก
เพลี๊ยย…
ฝ่ามือของเฟรินปะทะเข้ากับใบหน้าขาวของคาโลซึ่งตอนนี้แดงเป็นรอยมือของเฟรินไปเรียบร้อยแล้ว
“ก็นายเองไม่ใช่เหรอ!!ที่ไม่ยอมออกมากับฉัน ปล่อยให้ฉันออกมาคนเดียวแล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก ถ้าไม่อยากให้ฉันไปกับคนอื่น วันหลังฉันชวนแกก็ไปกับฉันสิ!!!”เฟรินสะบัดมือของคาโลออก แล้วก็หิ้วของทั้งหมดวิ่งกลับห้องไปพร้อมน้ำตาที่เริ่มไหลริน
หิมะที่ตกกระหน่ำ และลมซึ่งเมื่อสักครู่นี้ที่พัดผ่านมาได้หยุดลง พร้อมกับอารมณ์ของใครบางคนซึ่งเพิ่งจะลดอุณหภูมิความโกรธลง ร่างสูงนั่งลงไปบนพื้นด้วยอาการหมดแรงพร้อมกับเอากำปั้นทุบลงไปบนพื้น หญ้า ตอนนี้เขาโมโห แต่โมโหความงี่เง่าของตัวเองมากกว่า
“คาโล บางครั้งนายก็ต้องยอมอ่อนข้อให้เฟรินมันบ้างไปง้อมันซะ แล้วฉันก็ขอโทษที่ไปยุ่งกับคนของนาย แต่ใครดีใครได้นะเฟ้ย”คาโลเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับด่าไอ้ขอทานจอมทะเล้นซึ่งเดินออกไปแล้ว ไอ้ประโยคแรกๆเนี่ยพอฟังได้ แต่ไอ้ประโยคหลังเนี่ย มันน่าเอาหิมะยัดปากจริงๆ
ณ ห้องของหัวหน้าป้อม(ก็ห้องของคาโล เฟริน แล้วก็คิลน่ายแหละค่า)
ปึง!!
ประตูถูกผลักออกไปอย่างแรงแทบจะหลุดออกมาซะเดี๋ยวนั้น
คิลซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงถึงกับสะดุ้งโหยงและคิดว่า สงสัยฤดูนางจะมา
“ไอ้บ้า!!!!”คำด่าที่ถูกสบถออกมาซะดังลั่นหอ ของเฟรินทำเอาคิลต้องรีบวิ่งมาช่วยเฟรินถือของที่พะรุงพะรังในมือมันแทบไม่ทัน
“ไปโมโหอะไรมาฟ่ะเฟรินมาถึงก็แหกปากซะดังลั่นหอ”คิลถามขึ้นเมื่อเอาของทั้งหมดไปเก็บไว้ในตู้เรียบร้อยแล้ว
“เออน่าเรื่องของฉัน”เฟรินเดินไปอาบน้ำแล้วอีกสิบนาทีต่อมาก็พุ่งขึ้นเตียงด้วยความไวแสง
“เหอะๆแน่ใจนะว่าอาบน้ำ”คิลนึกในใจแล้วก็ล้มตัวลงนอน พลันมองไปที่เตียงอันว่างเปล่าซึ่งตอนนี้เจ้าของมันยังไม่โผล่หัวเข้ามาในห้องเลย
ตอนตี3
“คิล คิลตื่นๆ”
“หืมมม อ้าวคาโลนายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”คิลโพล่งขึ้นแต่ถูกปิดปากเอาไว้ก่อนที่มันจะแหกปากมากไปกว่านี้
“เบาๆสิเดี๋ยวเฟรินมันตื่น”คาโลกระซิบพร้อมกับกวักมือให้คิลตามออกไปนอกห้อง
“โอ้ยยหิวววจังเลยย”คนขี้เซาตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงวันพอดี พร้อมกับเอามือลูบพุงน้อยๆของเขา
“อ้าววไอ้สองตัวนี้มันหายไปกินข้าวก่อนอีกแล้ว เพื่อนกันยังไงว่ะแม่งไม่ยอมปลุก”
เฟรินบ่นอุบพร้อมกับอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็วิ่งลงไปที่ห้องอาหารดราก้อนด้วยความไวแสง
“เอ๊ะคนหายไปไหนหมดหว่าเอ้อช่างเหอะกินก่อนดีกว่าหิวจะแย่” เฟรินเดินไปเอาข้าวแล้วก็มานั่งที่โต๊ะ พร้อมกับยัดเข้าไปในเวลาต่อมา เฟรินก็ไปตักเพิ่มเป็นจานที่2โดยไม่รุ้ตัวเลยว่าโดนคนกลุ่มนึงเฝ้ามองมาจากนอกห้องอาหาร
“โหยดูมันกินดิไม่มีความเป็นกุลสตรีเลย ยัดเข้าไปได้”แองจี้พูดขึ้นพร้อมกับเพื่อนๆที่พยักหน้าเห็นด้วย
“เอาเถอะน่า เรารีบไปช่วยคาโลมันต่อเหอะ เดี๋ยวจะไม่ทันตอนเย็น”มาทิลด้าพูดต่อ แล้วทั้งหมดก็ก็ออกเดินไปนอกหอ
ณ สวนเอดินเบิร์ก
“เฮ้อ ไมวันนี้มันเงียบจังน้า ไม่เห็นมีใครอยุ่เลยแล้วไอ้เพื่อนบ้ามันหายไปไหนกันฟร่ะ”เฟรินบ่นเป็นครั้งที่ร้อยพร้อมกับเริ่มเอนตัวไปพิงที่ต้นไม้อีกครั้ง เฟรินผล็อยหลับไป เนื่องด้วยสายลมที่พัดมานั้นเย็นสบายดั่งเป็นใจให้เธอหลับ
“มันหลับไปแล้วคาโล”คิลพูดขึ้น
“อืมดีแล้วจะได้ไม่มาวุ่นวายตอนเย็นค่อยปลุก”คาโลตอบและเดินออกไป
“เฮ้อ เจ้าชายมาดน้ำแข็ง กับเจ้าหญิงเอาแต่ใจคู่นี้มันคงต้องทะเลาะกันไปอีกนาน”คิลถอนหายใจแล้วเดินตามเจ้าชายมาดน้ำแข็งออกไปด้วยอาการปลงๆ
เฟริน
เฟริน
.
.
.
ทำไมมันตื่นยากตื่นเย็นอย่างงี้นะ
.
.
.
ลองใช้วิธีนี้ดูสิค่ะ
.
.
.
ดีเอามาสิ
.
.
.
โครมมม
น้ำเย็นถูกสาดใส่หน้า เจ้าหญิงคนสำคัญ
“เย็นนนนนน”เฟรินสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกับโวยวาย ตอนนี้ชุดของเฟรินเปียกโชกไปทั้งตัว
“5555อย่างกับลุกหมาตกน้ำแนะ”แองจี้หัวเราะเยาะ เพราะสภาพของเฟรินตอนนี้ไม่ตากอะไรจากลูกหมาตกน้ำ
“นี่ๆไม่มีเวลาเล่นแล้วนะ ไปแต่งตัวเร็วเข้าเฟริน”มาทิลด้าเดินเข้ามาลากเฟรินออกไป
“เฮ้ยๆอะไรจะไปไหนทำไมฉันต้องแต่ตัวด้วยหละมาทิลด้า”เฟรินโวย
“โป้กก นิวันนี้วันอะไรแกจำไมได้เหรอไงย่ะ ”มาทิลด้าเคาะหัวเฟรินหนึ่งที
“เออวันนี้วันคริสต์มาสนี่หว่า ลืมสนิทเลย”
2ชั่วโมงผ่านไปเมื่อเฟรินแต่งตัวเสร็จเจ้าตัวก็ดันไม่กล้าออกจากห้องซะงั้น
“ออกมาเดี๋ยวนี้นะเฟรินนี่มันเลยเวลามามากแล้วนะ”มาทิลด้า แองจี้แล้วก็เรนอนพยายามลากเฟรินออกมาจากห้อง
“ก็ดูไอ้ชุดบ้าๆนี่สิ ใครจะไปกล้าออกหละ ทั้งเว้า ทั้งผ่าหน้าผ่าหลังแล้วดูสีนี่อีก”เสียงบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ดังออกมาจากในห้อง แต่ในที่สุดเฟรินก็ต้องยอมออกมาเพราโดนขู่ว่าถ้าไม่ออกจะอดกินของอร่อย
ณ ห้องโถง
ซึ่งตอนนี้ถูกเนรมิตด้วยฝีมือของคนทั้งป้อมให้เข้ากับบรรยากาศงานวันคริสต์มาส ทั้งห้องเต็มไปด้วยนักเรียนป้อมอัศวิน ซึ่งแต่งตัวสวยๆหล่อกันทั้งนั้น พร้อมด้วยอาหารหน้าตาน่าทานมากมายหลายร้อยอย่าง พร้อมก้วยเสียงเพลงนำโดยวงดนตรีชื่อดังของเอดินเบิร์กซึ่งขับบทเพลงได้ไพเราะให้เข้าบรรยากาศได้ดี
“ว้าวววว เฟรินสวยยยมากกกเลยยอย่างกับนางฟ้าแนะ”เสียงใสของเพื่อนหญิงในป้อมอัศวินร้องดังขึ้นเมื่อเฟรินเดินเข้ามาในห้องโถง
แล้วทุกคนก็เริ่มเข้ามามุงเฟรินมากขึ้น
“ขอบใจจ๊ะ เอ้อนี่ฉันมีของขวัญให้ด้วยน้า”เฟรินยิ้มร่าแล้วก้เอาของขวัญที่ซื้อมาจากตลาดแจกให้เพื่อนๆในป้อมอย่างทั่วถึงและทุกๆคนต้องแหวกทางออกเมื่อโรเดินเข้ามา โรอยู่ชุดทักสิโด้สีดำสนิท และทรงผมที่ถูกเซตมาอย่างดีของเขาทำให้ค่ำคืนนี้โรดูหล่อเป็นพิเศษ
“เธอสวยมากเลยนะเฟรินคืนนี้”โรกล่าวเมื่อหยุดอยู่ตรงหน้าเฟริน
“พูดบ้าๆ”เฟรินหน้าแดง พร้อมกับยื่นของขวัญให้โร
“อ๊ะนี่ของนายขอบใจนะที่ไปเลือกเป็นเพื่อนนะ”เฟรินพูดขึ้นแต่ไม่ทันที่โรจะตอบอะไร คิลก็วิ่งเข้ามาแทรกพร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปมาร้องจะเอาของขวัญเหมือนเด็กๆ
“เออฉันรุ้แล้วเว้ย ไอ้คิล อ๊ะนี่ของแก”เฟรินยื่นสร้อยคอรูปหัวใจสีทองซึ่งสลักอักษรย่อเอาไว้สามตัวคือ K&F&Kย่อมาจากเฟริน คาโล แล้วก็คิล
“ของฉันกับคาโลก็มีอย่างละอันนะ^^”
พรึบ !!
ไฟในงานดับลง แทนที่ทั้งห้องจะเต็มไปด้วยเสียงแตกตื่น กลับเงียบสนิท แต่มีแสงสปอร์ตไลท์จากบนเพดานส่องลงมาตรงที่เฟรินยืนแทน พร้อมกับ ทางเดินได้ถูกแหวกออก ให้คนคนนึงเดินเข้ามา คาโลในชุดทักสิโด้สีขาว ทำให้ตอนนี้เขาดูภูมิฐาน มาดเข้ม(ปกติก็เห็นเข้มอยู่แล้ว) และหล่อกระชากใจสาวๆเป็นที่สุด เมื่อคาโลเดินมาในระยะที่จะเห็นเฟรินได้ชัดๆ เขาก็ต้องหยุดและตกตะลึงกับความสวยน่ารักของเฟรินในค่ำคืนนี้ เฟรินอยู่ในชุด ราตรี สีชมพูขาว ยาวถึงข้อเท้า ผมสีน้ำตาลไหม้ถูกปล่อยออกมาระบ่า ท่อนบนของชุดเป็นชุดเกาะอก ที่มีลูกไม้แซมออกมาดูสวยงาม ทั้งชุดของเฟรินระยิบระยับไปด้วยกากเพชร ซึ่งยิ่งขัดให้ผิวของเฟรินดูเด่นและขาวขึ้นไปอีก
ใบหน้าที่ขาวนวลซึ่งตอนนี้ถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอาง ทำให้แก้มของเฟรินเป็นสีชมพูอ่อน ดูใสซื่อ และรอยยิ้มที่ดูน่ารักอ่อนหวาน นั้นยิ่งทำให้ใบหน้าของเฟรินดูสว่างสดใส
คาโลเริ่มตั้งสติและเดินเข้ามาข้างหน้าเฟริน ซึ่งตอนนี้กำลังทำตัวไม่ถูก
“สุขสันต์วันคริสต์มาสนะเฟริน คืนนี้เธอน่ารักมากเลยนะ”คาโลพูดขึ้นพร้อมกับยื่นของขวัญกล่องเล็กให้เฟริน
“กล่องแค่เนี่ยคิดว่าจะทำให้ฉันหายโกรธเหรอ”คำพูดของเฟรินทำให้ฉากโรแมนติก ที่คนทั้งห้องตั้งหน้าตั้งตา ดูถูกหยุดกึก
“เปิดดูก่อนสิ แล้วค่อยว่ากัน”คาโลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบดังเดิมเพราอารมณ์ซึ้งได้ถูกหยุดโดยจ้าตัวดีซะแล้ว
เฟรินค่อยแกๆห่อออกจนพบกับตลับกำมะหยี่สีดำ กล่องเล็ก เฟรินค่อยๆเปิดขึ้น เมื่อเปิดออกภาพที่เห็นทำให้เฟรินนิ่ง และน้ำตาก็ค่อยๆไหลออกมา มันทำให้คาโลตกใจ
“เฟรินร้องทำไมไม่ชอบเหรอ”คาโลพูดด้วยอาการลังเลและเข้าไปจะเช็ดน้ำตาให้แต่กลับโดนเฟรินกระโดดกอดซะก่อน
“ขอบใจนะคาโลมันสวยมากเลยแหละ”ของข้างในกล่องคือแหวน แหวนที่สลักคำว่า
คาโล&เฟริน มันเป็นเพียงแหวนเงินธรรมดาดูไม่มีค่า แต่มันกลับมีค่ามากสำหรับคนสองคน
ไฟเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงปรบมือเริ่มดังขึ้น
“นี่เฟริน เรามีกันคนละวงนะ อันนี้ของฉันอันนี้ของเธอ ”คาโลชูนิ้วนางขึ้นมาให้เฟรินดูซึ่งแหวนวงนั้นก็เหมือนของเฟริน และเขาก็หยิบแหวนวงที่เฟรินถือมาสวมให้ที่นิ้งนางซ้ายเช่นเดียวกับของเขา
“เธอเป็นของฉันแล้วนะเฟริน”เขากระซิบที่หูของเฟริน ทำเอาเฟรินถึงกับหน้าแดง
“พูดบ้าอะไรของแก”เฟรินอายและเริ่มรุ้สึกตัวว่าตัวเองกำลังถูกกอด จากคนตรงหน้า
ท่ามกลางสาธารณชนเฟรินจึงดันตัวคนตัวสูงข้างหน้าออกไป แต่กลับถูกกอดแน่นขึ้น คาโลค่อยๆโน้มหน้าลงมา หาเฟรินใกลขึ้นๆ จนริมฝีมากของทั้งคู่ประกบเข้าหากัน มันเป็นฉากจูบอันแสนโรแมนติกสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่กลับเป็นฉากที่ทำให้คนคนนึงรู้สึกอิจฉา โรทนเห็นภาพนั้นไมได้ค่อยเดินออกมาจากตัวงานเขาเดินออกไปนั่งข้างนอกที่ม้านั่งเพียงลำพัง พร้อมกับหัวเราะออกมา เหมือนคนบ้า และน้ำตาแห่งลูกผ้ชายก็เริ่มไหลออกมาเรื่อยๆ
“ทำไม ทำไมถึงเป็นฉันไมได้นะ”
โรค่อยเปิดกล่องของขวัญที่เฟรินให้มาด้วยความทะนุถนอมจนปรากฏให้เห็นของด้านใน ของซึ่งทำให้โรยิ้มได้ มันเป็นพวงกุญแจรูปเด็กผู้หญิงชูสองนิ้ว หน้าตาน่ารัก ข้างหลังตุ๊กตาปักคำว่าเฟรินเอาไว้ โรลุกขึ้นและค่อยเดินหายขึ้นไปในหอ ทิ้งไว้แต่ความเศร้าของตัวเขาและเสียงหัวเราะของหญิงสาวอันเป็นที่รักไว้เบื้องหลัง
edit @ 2007/03/17 12:04:41